แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอดส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอดส์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ สามารถรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ (HIV) ได้

ณ วันนี้เราอาจจะพูดได้ว่า แทบไม่ต้องใช้วิธีการทางการแพทย์ในการ “รักษาโรค”  เนื่องจากมีกรณีศึกษาที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ “ผู้ป่วยเอดส์ HIV Nagative” ที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการใช้สารสกัดจากฮับบาตุซเซาดะฮ์ หรือ เมล็ดสีดำ (Black Seed) และได้ผลในการบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง จึงแสดงให้เห็นทางเลือกที่ปลอดภัย ซึ่งผู้คนสามารถเข้าถึงได้ ด้วยราคาที่ไม่แพง แทนที่การใช้ยาต้านไวรัส HIV ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งให้ผลข้างเคียงในความเป็นพิษสูงมาก



Nigella Sativa ที่เราเรียกว่าเป็น ฮับบาตุซเซาดะฮ์  หรือ Black Seed ได้มีการศึกษากันอย่างจริงจังและกว้างถึงคุณสมบัติและประโยชน์ของมันที่มีผลต่อสุขภาพ  และเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ค้นพบสัญญาณหนึ่ง ซึ่งเชื่อได้ว่า ฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed) สามารถเป็นตัวแทนในการรักษาโรคที่อาจเกิดการติดเชื้อไวรัสร้ายแรง รวมทั้งไวรัสตับอักเสบซี [i] และปัจจุบันนี้ (ปี 2013 ปีที่เขียนบทความ) สามารถรักษาโรคเอดส์ (HIV)

จากกรณีศึกษาที่น่าทึ่ง ซึ่งตีพิมพ์ในเดือนสิงหาคมของปีนี้ (ปี 2013) ในวารสาร African Journal of Traditional, Complementary, and Alternative Medicine  กล่าวว่า ผู้ป่วยเอดส์ (HIV) หลังจากได้รับการรักษาด้วยสารสกัดจากฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed)  มีผลลัพธ์สามารถฟื้นคืนสุขสภาพได้อย่างสมบูรณ์  โดยไม่มีการตรวจพบเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือสารแอนติบอดี้ ที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อ HIV ในซีรั่มเลือดของพวกเขา ทั้งในระหว่างการรักษาและระยะยาวหลังการรักษาสิ้นสุดการรักษา [ii]

นี่เป็นข้อสังเกตที่น่าทึ่งและไม่อาจคาดคิดมาก่อน จากการอธิบายของนักวิจัยและทีมงาน ดังนี้ 
"Nigella sativa หรือ ฮับบาตุซเซาดะฮ์ ได้รับการรับรองว่า มีฟังก์ชั่นในการรักษาจำนวนมาก ที่ถือได้ว่าเป็นยารักษาโรค  ซึ่งอย่างน้อยที่สุดก็คาดได้ว่า มันสามารถสร้างปรากฏการณ์พลิกกลับที่ทำให้ ค่าการติดเชื้อ HIV เป็นศูนย์ (0) ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แม้จะมีการรักษากันอย่างกว้างขวาง ด้วยการใช้ยาต้านไวรัส (HAART)"

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการรักษาโดยทั่วไป ที่เป็นมาตรฐานของการดูแลรักษาโรคเอดส์ทั่วโลก รักษาด้วยยาต้านไวรัส ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันมาก  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลกระทบต่อสุขภาพอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ของผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) นี่คือความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการติดเชื้อ และได้รับการบำบัดรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม พบว่าการทำงานของเลือดยังไม่มีอาการอื่นใด  ผู้ป่วยยังคงมีสุขภาพดี  แต่การรักษาด้วยยาเป็นประจำ จะมีผลให้เชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถที่จะกลายพันธุ์ และมีความต้านทานที่แข็งแกร่งต่อยา หรือเรียกว่า “การดื้อยา” มากขึ้นของเชื้อ HIV ที่อยู่ในร่างกาย  ขณะที่ในเวลาเดียวกัน “ยา” ที่ใช้ได้สร้างความเสียหายที่รุนแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยอย่างน่าเศร้า  ทำให้ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันลดลง และถึงแก่ความตายในที่สุด

"โรค" โดยตัวของมันเอง ก็เป็นปัญหาที่รู้จักกันดีว่า เราประสบกับความล้มเหลว เช่นเดียวกับการทำสงครามกับมะเร็ง ที่ 'เหยื่อ' (ผู้ป่วย) และ 'โรคมะเร็ง' ได้รับความล้มเหลวไม่หยุดหย่อน และแม้ว่าจะมีการส่งเสริมในเรื่องของการให้เคมีบำบัด การฉายรังสี และการผ่าตัด ก็ตาม

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมในสมัยโบราณเราจึงใช้อาหารเป็นเสมือนการรักษาโรค ดังเช่นที่เราใช้ฮับบาตุซเซาดะฮ์ หรือ เมล็ดสีดำ (Black Seed) ซึ่งการวิจัยแสดงให้เห็นว่า โดยทั่วไปการใช้ฮับบาตุซเซาดะฮ์ เป็นยาในการบำบัดรักษาโรค มีความปลอดภัย ราคาไม่แพง และสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามารถรักษาโรคเอดส์ (HIV) ได้ ซึ่งถือว่าเป็นที่เรื่องที่น่าตื่นเต้นทีเดียว


ผู้ป่วยโรคเอดส์ (HIV) ฟื้นคืนเป็นปกติอย่าง 'ปาฏิหาริย์'
เริ่มแรกของการศึกษาทดลอง ผู้ป่วยมีอาการโดยทั่วไปที่พบได้ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยมีประวัติ เป็นไข้เรื้อรัง ท้องเสีย น้ำหนักลดในระดับปานกลาง และมีอาการคันแผล เป็นระยะเวลา 3 เดือน
ในระหว่างการศึกษาทดลอง ผู้ป่วยได้รับยา ร่วมกับการรับประทานน้ำมันฮับบบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) 10 MLS วันละสองครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน

ผลการทดลองพบว่า ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื้อไวรัสลดลงในระดับที่เชื่อถือได้ (significant) มีนัยยะสำคัญทางสถิติ

"ไข้ท้องเสีย และอาการคันแผลหายไป เมื่อวันที่ 5, 7 และ 20 วันตามลำดับ ในการรักษาด้วย Nigella sativa หรือฮับบาตุซเซาดะฮ์  ค่า CD4 ลดลงถึง 160 เซลล์ / mm3 แม้จะมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปริมาณไวรัส (≤1000 copies / ml) ในวันที่ 30 ของการใช้  Nigella sativa"

โดยในวันที่ 187 ของการรักษาด้วยเมล็ดสีดำ Black Seed การทดสอบแสดงให้เห็นว่า เลือดก็เคลียร์ทั้งหมดในเรื่องของสัญญาณของการติดเชื้อ ซึ่งอยู่ในสถานะที่เรียกว่า 'Zero-Nagative

หลังจากติดตามการทดสอบแสดงให้เห็นว่า แม้หลังจากการรักษา เป็นเวลา 24 เดือน โดยไม่ต้องรักษาด้วยการใช้สมุนไพร น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ Black Seed Oil ของผู้ป่วยเอดส์ การทดสอบพบว่า ผู้ป่วยยังคงมีอาการปกติ โดยที่ไม่มีข้อบ่งชี้ของการติดเชื้อใด ๆ หรือมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น  ดังนั้น พวกเขาทีมงานวิจัยในครั้งนี้  

จึงสรุปว่า : "รายงานการศึกษาทดลองในกรณีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่า การใช้รักษา Nigella sativa ในการรักษานั้น สามารถใช้เป็นตัวแทนในการรักษาที่เป็นไปได้และมีประสิทธิภาพ ในการควบคุมการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ได้"
-----------------
เอกสารอ้างอิง :
[i] Eman Mahmoud Fathy Barakat, Lamia Mohamed El Wakeel, Radwa Samir Hagag. Effects of Nigella sativa on outcome of hepatitis C in Egypt.  World J Gastroenterol. 2013 Apr 28;19(16):2529-36. doi: 10.3748/wjg.v19.i16.2529.
[ii] Abdulfatah Adekunle Onifade, Andrew Paul Jewell, Waheed Adeola Adedeji. Nigella Sativa Concoction Induced Sustained Seroreversion in HIV Patient. Afr J Tradit Complement Altern Med. 2013 Aug 12;10(5):332-5.

Source : Thank you very much for this website

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ผลงานวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil)

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ได้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ทั้งนี้ เพราะประสิทธิภาพและความสามารถที่หลากหลายในการบำบัดรักษาโรค ในปี 2001 มีเอกสารอ้างอิงทางวิชาการ เกี่ยวกับผลประโยชน์ของการใช้ฮับบาตุซเซาดะฮ์มากถึง 530 รายงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างมากมาย  จนกระทั่งมีบางประเทศในแถบตะวันตกได้เข้ามาทำการศึกษา และผลิตยาที่มีส่วนผสมของฮับบาตุซเซาดะฮ์ แล้วนำไปจดเป็นสิทธิบัตรยา รวม 6 สิทธิบัตร ได้แก่ (1) โรคเบาหวาน  (2)  การยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง  (3) การปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกัน  (4)  การติดเชื้อไวรัส  (5)  โรคสะเก็ดเงิน  (6)  รักษาโรคหอบหืด /ภูมิแพ้



การวิจัยล่าสุดได้รับการตรวจสอบอย่างแน่นอนแล้วว่า ฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed) มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการเจ็บป่วย โดยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรโบราณ และมีความปลอดภัยในการนำมาภายในครัวเรือนด้วยตนเอง เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ :-

1. เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system strengthening)

ในปี 1959 ได้มีการค้นพบสาร Nigellone ในเมล็ดฮับบาตุซเซาดะฮ์เป็นครั้งแรกการทดลองทางคลินิกพบว่า มันมีประสิทธิภาพมากมายในการเพิ่มภูมิต้านทานโรคให้แก่มนุษย์ และช่วยส่งเสริมสุขภาพ
ในปี 1986  Drs (หมายถึงผู้ที่กำลังจะเป็น Dr) El-Kadi และ Kandil ได้ดำเนินการศึกษากับมนุษย์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน โดยอาสาสมัคร 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก - ได้รับแคปซูลของ Black Seed (ครั้งละ1 กรัม/วัน วันละ 2 ครั้ง) เป็นเวลา 4 สัปดาห์
กลุ่มที่สอง - ได้รับยาหลอก
หลังจากที่การทดสอบเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าส่วนใหญ่ของอาสาสมัครที่ได้รับ Black Seed มีการเพิ่มขึ้น 72% ของ T-cells (เซลล์เม็ดเลือดขาว) กลุ่มอาสาสมัครที่ได้รับยาหลอก มีอุบัติการณ์ในการลดลงสุทธิในอัตรา 7%  พวกเขารายงานว่า "การค้นพบเหล่านี้อาจจะมีนัยสำคัญในทางปฏิบัติ ในการค้นพบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ที่มีอยู่ใน Black Seed ซึ่งมันสามารถมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคมะเร็ง, โรคเอดส์, และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง"

ในปี 1993 ผลการศึกษาข้างต้นได้รับการยืนยันในวารสาร  “Saudi Pharmaceutical Journal”  โดย Dr.Basil Ali  และเพื่อนร่วมงานของเขา จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ King Faisal University.


2. การรักษาโรคเอดส์ (AIDS)

ในปี 1997 Dr. Haq, The Department of Biological and Medical Research Center in Riyadh, Saudi Arabia ได้ดำเนินวิจัยจากอาสาสมัครคน (human volunteers) พบว่า Black Seed เพิ่มอัตราส่วนระหว่าง Helper T-cells และ suppresser T-cells โดยใน 55% มีอัตราเฉลี่ยในการเพิ่มปฏิบัติการของเซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติ (naturall killer cell) 30% จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสรุปได้ว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะถูกใช้ในการรักษาโรคเอดส์

3. โรคเบาหวาน (Diabetes)
ในปี 1991 มหาวิทยาลัยคูเวต ได้ทำการศึกษากลไกการทำงาน Black Seed แล้วได้ข้อสรุปว่า สารสกัดจาก Black Seed มีประโยชน์ต่อการรักษาโรคเบาหวาน ที่ไม่มีการผลิตอินซูลิน (non-insulin)-เบาหวานชนิดที่ 1
ในปี 2002 มหาวิทยาลัยนาโกย่า, ญี่ปุ่น, การศึกษาสรุปได้ว่า Black Seed อาจจะมีค่านัยสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2
ในปี 2003 สามคณาจารย์ในเมือง Van ประเทศตุรกี ได้ร่วมกันและยืนยันว่า Black Seed สามารถทำให้ระดับน้ำตาลลดลง และถูกนำตัวไปใช้ในการควบคุมโรคเบาหวานในกระต่าย
ในปี 2004 คณะแพทยศาสตร์, Zonguldak Karaelmas University, Zonguldak, ประเทศตุรกี ได้ทดสอบผลของการใช้ Black Seed ในหนูที่เป็นเบาหวาน พวกเขาสรุปว่า Black Seed สามารถป้องกันผลกระทบที่เกิดจากโรคเบาหวานได้

4. การป้องกันมะเร็ง (Anti-tumor principles)
ในปี 1991 The Amala Research Center in Amala Nagar, Kerala ประเทศอินเดีย ได้ศึกษาถึงความสามารถของ Black Seed ในการป้องกันมะเร็ง โดยทำการศึกษากับหนู (Swiss albino mice) จากผลการศึกษาพบว่า มันสามารถยับยั้งการพัฒนาของเซลล์มะเร็งที่เรียกว่า Ehrlich ascites carcinoma (EAC) และเซลล์มะเร็งชนิดที่สอง Dalton's lymphoma ascites (DLA) ได้ด้วย  โดยหนูที่เคยได้รับเซลล์มะเร็ง EAC และ Black Seed ยังคงเป็นปกติ โดยไม่มีการก่อเซลล์มะเร็งแต่อย่างใด  
จึงประเมินผลได้ว่า หลักการนี้ใช้งานได้ 100% และมีประสิทธิภาพในการป้องกันการพัฒนาเนื้องอก EAC ส่วนผลของการทดลองในหนูที่ได้รับเซลล์มะเร็ง DLA และ Black Seed แสดงให้เห็นว่า มันสามารถยับยั้งการพัฒนาของเนื้องอกได้เพียง 50% เมื่อเทียบกับหนูที่ไม่ได้รับการทดลอง สรุปได้ว่า "สารสกัดที่ได้จากเมล็ดฮับบาตุซ เซาดะฮ์ มีประสิทธิภาพในการป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง”
ในปี 1997 ได้มีการศึกษาวิจัยเรื่อง “ประสิทธิภาพของสารสกัดจากฮับบาตุซเซาดะฮ์ ในการบำบัดโรคมะเร็ง” โดย Medenica R, Janssens J, Tarasenko A, Lazovic G, Corbitt W, Powell D, Jocic D, Mujovic ที่ International Immuno-Biology Research Laboratory, South Carolina, USA โดยศึกษาเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม, มะเร็งต่อมลูกหมาก, และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเนื้องอก และสรุปได้ว่า สารสกัดจากฮับบาตุซเซาดะฮ์ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเนื้องอกในเซลล์มะเร็ง และมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการนำไปใช้ทางคลินิก 

5. โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Cancer of the Colon)
ในปี 2004 Dr. Hala Gali-Muhtasib และคณะวิจัย จากภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งเบรุต (AUB) ประเทศเลบานอน ได้ทำการวิจัยเกี่ยว ความสามารถของ Thymoquinone  (สารสกัดจาก Black Seed Oil) ในการฆ่าเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ พบว่า Thymoquinone สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาสรุปว่า มันมีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้ในการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

6. มะเร็งเต้านม (Breast Cancer)
ในปี 2003  Jackson State University, USA, แพทย์ได้ให้ความสนใจต่อกรณีที่ Black Seed ได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคเฉียบพลันเป็นจำนวนมากมาช้านาน พวกเขาจึงได้ทำการศึกษาถึงประสิทธิผลในการป้องกันโรคมะเร็ง โดยศึกษาการใช้ Black Seed ในเซลล์มะเร็งเต้านม แล้วพบว่าเซลล์มะเร็งเต้านมหยุดทำงาน จึงสรุปว่า Black Seed   มีผลในด้านการป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง

7. แอนตี้ฮิสตามิน (Anti-histamine activity)
ฮิสตามีน เป็นสารที่ถูกปล่อยออกมาจากเนื้อเยื่อของร่างกาย เพื่อสร้างปฏิกิริยาภูมิแพ้ และก่อให้เกิดอาการหอบหืด (bronchial asthma)
ในปี 1960 นักวิทยาศาสตร์ Badr-El-Din และ Mahfouz  พบว่า dithymoquinone dimer  ที่แยกได้จากน้ำมันหอมระเหยใน Black Seed ภายใต้ชื่อ "Nigellone"  ซึ่งใช้ให้ทางปากกับผู้ป่วยบางรายที่ทุกข์ทรมานจากโรคหอบหืด เพื่อระงับอาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้น  ได้ถูกนำมาใช้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อรักษาอาการหอบหืดของหลอดลมอย่างมีประสิทธิภาพ
ในปี 1993 Nirmal Chakravarty, MD พบกลไกการทำงานของ Nigellone ในการยับยั้ง
โปรตีนไคเนสซี (protein kinase C) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการหลั่งของฮิสตามีน นอกจากนี้ การศึกษาของเขาพบว่า Nigellone เป็นตัวช่วยลดลงการดูดซึมของแคลเซียมในเซลล์ เพื่อยับยั้งการปล่อยฮิสตามีน   
8. การต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย (Anti-bacterial)
ในปี 1989 ได้มีรายงานเกี่ยวกับ คุณสมบัติในการต้านเชื้อราของน้ำมันหอมระเหยที่ได้จาก Black Seed ในวารสารเภสัชกรรมของปากีสถาน (Pakistan Journal of Pharmacy) 
ในปี 1992 นักวิจัยที่ภาควิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย Dhaka ในประเทศบังคลาเทศ ได้ศึกษาถึงกระบวนการต้านเชื้อแบคทีเรียของน้ำมันหอมระเหยที่ได้จาก Black Seed  โดยถูกนำมาเปรียบเทียบกับ ยาปฏิชีวนะทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ ampicillin, tetracycline, cotrimoxazole, gentamicin และ nalidixic acid

แล้วพบว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า  อีกทั้งสามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้หลายสายพันธุ์ ในจำพวกที่รู้จักกันว่าดื้อยา ได้แก่  เชื้อ V.cholera ที่ทำให้เกิดอหิวาตกโรค, E.coli (เชื้อทั่วไปที่พบในเนื้อสัตว์ดิบ), และสายพันธุ์ทั้งหมดของ Shigella spp (ยกเว้น Shigella dysentriae)  แต่สิ่งที่น่าสนใจจากงานวิจัยดังกล่าว คือ ระบบการแพทย์ที่ใช้กันมาเป็นระยะเวลายาวนาน ได้นำสารละลาย (tincture) ที่อยู่ใน Black Seed มารักษาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและลำไส้, ช่วยลดอาการท้องเสีย, อาเจียน, ท้องขึ้น, และจุกเสียดแน่น
9. การต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory)
ช่วงต้นปี 1960 ศาสตราจารย์ El-Dakhakny รายงานว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และใช้สำหรับการบรรเทาอาการของโรคข้ออักเสบ
ในปี 1995 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ที่ห้องปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์ ภาควิชาเภสัชกรรม, Kings College, London,  ได้ทดสอบประสิทธิภาพของน้ำมันคงที่ fixed oil) ของฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Nigella sativa) และอนุพันธ์ของมัน คือThymoquinine ซึ่งเป็นตัวแทนในการต้านการอักเสบ การศึกษาพบว่า น้ำมันสามารถยับยั้งการอักเสบ และสามารถในการต้านอนุมูลอิสระในเซลล์ได้สูงกว่าการใช้ Thymoquinone เพียงอย่างเดียว  พวกเขาสันนิษฐานว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีอยู่ในเมล็ดฮับบาตุซเซาดะฮ์ อาจมีส่วนช่วยในการส่งเสริมประสิทธิภาพของน้ำมัน (fixed oil)
ในปี 1997 หน่วยจุลชีววิทยาของศูนย์วิจัย วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ King Saud University ประเทศซาอุดิฯ ได้ศึกษาถึงการใช้ฮับบาตุซเซาดะฮฺ ในการใช้ภายนอก (รูปแบบครีม) พบว่า ประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบของมันอยู่ในระดับเดียวกับที่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้กันในเชิงพาณิชย์ การทดสอบชี้ให้เห็นว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ไม่เกิดให้เกิดอาการแพ้ (non-allergenic)
10. การก่อตัวของลิ่มเลือด (Thrombosis)
ในปี 2001 Meiji Pharmaceutical University, Tokyo, Japan ได้ทำการศึกษาทางโลหิตวิทยาใน Black Seed Oil พบว่า มันมีศักยภาพมากกว่าแอสไพริน ซึ่งที่รู้จักกันดีว่าเป็นยาสำหรับละลายลิ่มเลือด
11. ส่งเสริมการให้นมบุตร (Promotes lactation)
ในปี 1979 การศึกษาโดย Agarwhal พบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ช่วยเพิ่มผลผลิตของน้ำนมมารดา และบทความที่ค้นคว้าโดย University of Potchefstroom (1989) รวมทั้งบทคัดย่อทางชีวภาพ สรุปว่า ประสิทธิภาพของฮับบาตุซเซาดะฮ์ในการเพิ่มการไหลของน้ำนมมารดานั้น เป็นส่วนประกอบเดียวกับโครงสร้างของไขมันและฮอร์โมนที่พบในฮับบาตุซเซาดะฮ์
12. การขับพยาธิตัวตืด พยาธิตัวกลม ในเด็ก [Cestodes (worms) in children]
ในปี 1991  University of Agriculture, Faisalabad, ประเทศปากีสถาน  ได้ศึกษาการใช้ Black Seed ในการฆ่าพยาธิตัวตืดในเด็กที่ได้รับการติดเชื้อตามธรรมชาติ พวกเขาสรุปว่า มันมีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อ worms ได้
ในปี 2007  Abdulelah และ Zainal-Abidin ได้ตรวจสอบผลของการต่อต้านเชื้อมาลาเรียกับความแตกต่างในการใช้สารสกัดจาก Black Seed ในการต่อต้านโปรโตซัว (P. berghei) ผลการศึกษาพบว่า มันมีประสิทธิภาพที่รุนแรงในการทำลายเชื้อปรสิต  นอกจากนี้ การให้ Black Seed เพื่อทำลายพยาธิตัวตืดนั้น เทียบเท่าการใช้ยาฆ่าพยาธิ (piperazineน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ของมันมีฤทธิ์ต่อต้านพยาธิตัวตืด (Monezia) ในแกะ เทียบได้กับยาฆ่าพยาธิ (niclosamide)
หมดห่วงเรื่องพยาธิในเด็กเล็ก

Black Seed Oil ปราบได้เรียบทั้งตัวตืด ตัวกลม โดยไม่มีอันตราย

ลิงค์แนะนำ :-