แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอเลสเตอรอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอเลสเตอรอล แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

เทียนดำมีฤทธิ์ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด


คอเลสเตอรอล Cholesterol คือ สารไขมันประเภทหนึ่งที่ไม่ละลายในเลือด มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว ทำหน้าที่สำคัญในการเคลือบเซลล์ในร่างกาย คอเลสเตอรอลส่วนใหญ่จะผลิตขึ้นที่ตับ และจะถูกนำส่งไปที่เซลล์โดยโปรตีนชนิดพิเศษ ที่เรียกว่า Lipoprotein ผ่านทางกระแสเลือด

คราบไขมันที่เกาะตัวในผนังเส้นเลือด เรียกว่า Plaque มีสาเหตุมาจากการมีคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดสูง ถ้าหากมี Plaque เกาะตัวสะสมอยู่ผนังเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง จะทำให้หลอดเลือดตีบและทำให้เลือดไหลผ่านได้ยากขึ้น ในกรณีที่หลอดเลือดนั้น เป็นหลอดเลือดที่ส่งมาเลี้ยงที่กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และอาจจะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ถ้าเป็นที่หลอดเลือดสมอง ก็อาจจะเกิดภาวะเส้นเลือดสมองอุดตัน หรือเส้นโลหิตในสมองแตก (stroke) และหากเกิดที่ตับและไต จะทำให้เส้นเลือดที่ตับหรือไตตีบ/แตกหรือตัน ทำให้ตับหรือไต
สูญเสียการทำงาน จนอาจถึงขึ้นตับวายหรือไตวายก็เป็นได้

อาหารที่พบว่ามีคอเลสเตอรอลได้แก่ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ (เนื้อ ไก่ ปลา และผลิตภัณฑ์จำพวกนม) แต่ในทางกลับกัน อาหารจำพวกผักและผลไม้กลับไม่มีคอเลสเตอรอลเลย  

ฤทธิ์ลดไขมันของเมล็ดเทียนดำในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

จากรายงานข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร ของสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า มีการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการใช้เมล็ดเทียนดำ (ฮับบา
ตุซเซาดะฮ์) รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง


การศึกษาในครั้งนี้ เป็นการศึกษาทางคลินิกในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน อายุ 45-60 ปี ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง โดยแบ่งกลุ่มทดลองออกเป็น กลุ่มแรก จำนวน 19 คน ให้รับประทานแคปซูลบรรจุผงเมล็ดเทียนดำ (Nigella sativa) ขนาด 1 กรัม หลังอาหารเช้าทุกวัน และกลุ่มที่สอง จำนวน 18 คน ให้รับประทานยาหลอก โดยใช้ระยะเวลาในการทดสอบ
ทั้งสิ้น 2 เดือน
การทดสอบจะทำการวัดระดับไขมันในเลือด 3 ช่วง คือ ก่อนเริ่มทำการทดสอบ (ก่อนให้ยา), ช่วงเวลาหลังทำการทดสอบ 1 เดือน (คือ เมื่อสิ้นสุดการให้ยา) และหลังจากสิ้นสุดการให้ยาอีก 1 เดือน

การประเมินผลทดสอบ :

1. ช่วงเวลาหลังทำการทดสอบได้ 1 เดือน (สิ้นสุดการให้ยา) ได้ทำการประเมินผลกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับยาทั้ง 2 กลุ่มแล้ว พบว่า เทียนดำช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวม,
ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL (low density lipoprotein cholesterol) และมีผลให้
เพิ่มระดับ HDL (high density lipoprotein cholesterol) ได้ดีกว่ากลุ่มผู้ป่วย
ที่ให้ยาหลอก


2. เมื่อทำการทดสอบเป็นเวลาครบ 2 เดือน กล่าวคือ หลังจากได้หยุดให้ยา เป็นเวลา 1 เดือน หรือมากกว่า พบว่า ระดับไขมันมีแนวโน้มกลับไปใกล้เคียงกับช่วงเริ่มการทดสอบ (ก่อนให้ยา)

สรุปผลจากการทดสอบ พบว่า เทียนดำอาจนำมาใช้ในการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และช่วยลดอาการข้างเคียงจากการใช้ยาแผนปัจจุบันได้

ที่มา : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 
(J Transl Med 2014;12:82)

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ : ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ฮับบาตุซเซาดะฮฺ

มารู้จักโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease)

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (CAD) หรือโรคหัวใจขาดเลือด เป็นโรคหัวใจที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ และเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ  ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น, เพศชาย, การสูบบุหรี่, ภาวะไขมันในเลือดสูง, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง,  และการไม่ออกกำลังกายประจำ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการสำคัญ คือ อาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่ายโดยเฉพาะในเวลาออกกำลังกาย ซึ่งในบางรายอาจเป็นแบบฉับพลัน และรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือที่เรียกว่า Heart Attack ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม 





โรคนี้ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาอยู่ 3 วิธี คือ

1)    การทำบายพาส (Coronary Artery Bypass Graft) โดยการผ่าตัดนำหลอดเลือดดำที่ขา หรือหลอดเลือดแดงที่ผนังหน้าอกมาตัดต่อกับหลอดเลือดที่อุดตัน เพื่อทำทางเดินของเลือดใหม่
2)    การรักษาด้วยยา
3)    การใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงการใส่ขดลวดในหลอดเลือดหัวใจ


“ฮับบาตุซเซาดะฮฺ ทางเลือกใหม่ในการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ” ……



เราลองมาอ่านผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ดู

_____♥♥♥_______________♥♥♥¸.•*´¨`*•.¸¸.•¸.•*´¨`*•



ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ฮับบาตุซเซาดะฮ์ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ*
บทคัดย่อ :
การศึกษาได้ดำเนินการเพื่อตรวจสอบผลกระทบของการใช้ฮับบาตุซเซาดะฮฺ (Nigella sativa) ต่อไขมันในเลือดของผู้ป่วยโรคหัวใจ  ที่เข้ารับการรักษาที่สถาบันโรคหัวใจ    (Ch. Pervaiz Elahi Institute of Cardiology)    ณ เมือง Multan ประเทศปากีสถาน กลุ่มผู้ป่วยที่ทำการศึกษามีอายุระหว่าง 26-69 ปี ผู้ป่วยจำนวน 80 คน ที่ได้รับการคัดเลือก ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 40 คน ด้วยการสุ่มตัวอย่างทางสถิติจากน้ำหนักของผู้ป่วย โดยให้การรักษา ดังนี้
กลุ่มแรก (interventional) คือกลุ่มที่ได้รับ ฮับบาตุซเซาดะฮฺ (Nigella sativa) และยา statin (ยาทางเภสัชกรรม ที่ใช้ลดความดันโลหิต เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด)
กลุ่มที่ 2  (non-interventional) หรือกลุ่มควบคุม จะได้รับยา statin เพียงชนิดเดียว
ทั้งสองกลุ่มได้รับการแนะนำให้ใช้ยาตามปริมาณที่กำหนดให้ เป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ โดยมีระยะเวลาในการควบคุมโรค 6 เดือน โดยตัวอย่างเลือดหลังอดอาหาร ได้ถูกนำมาบันทึกทั้งก่อนการรักษา และหลังการรักษา (ทำการตรวจวัด 2 ช่วง คือหลัง 2 เดือน และหลัง 6 เดือน) การประเมินผลหลังการรักษาครบ 6 เดือน พบว่า

·        กลุ่ม interventional  มีระดับคอเลสเตอรอลลดลง (-14.58%),  LDL    
     (-23.00%), VLDL (-15.16%) และไตรกลีเซอไรด์ (-15.16%) อย่างมีนัยสำคัญ (ค่า p < 0.05) ในขณะที่ระดับ HDL-คอเลสเตอรอล เพิ่มขึ้น (3.18%) อย่างมีนัยสำคัญ (ค่า p < 0.05)
·        กลุ่ม non-interventional มีระดับคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น (+1.17%), LDL (- 4.13%), VLDL (-3.10%) และไตรกลีเซอไรด์ (-2.12%) โดยไม่มีนัยสำคัญ (ค่า p > 0.05) ในขณะที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ค่า p < 0.05) ในระดับ HDL- คอเลสเตอรอล (+5.87%)
สรุปผลการศึกษาพบว่า : กลุ่มที่ได้รับฮับบาตุซเซาดะฮฺในการรักษา  มีการลดลงของ คอเลสเตอรอล, LDL, VLDL และไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ในขณะเดียวกันก็มีการเพิ่มขึ้นของ HDL อย่างมีนัยสำคัญ (ค่า p < 0.05)  เมื่อนำมาเปรียบเทียบกลุ่มควบคุม non-interventional  จึงสรุปได้ว่า ฮับบะตุซเซาดะฮฺมีผลต่อการลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการเกิดอาการหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้ป่วยโรคหัวใจ
*สรุปจากผลงานวิจัยเรื่องThe Effects of Nigella sativa (Kalonji) on Lipid Profile in Patients with Stable Coronary Artery Disease in Multan, Pakistan”
โดย : Zahida Tasawar1, Zeshan Siraj1, Nisar Ahmad2 and Mushtaq H. Lashari1
       1.    Institute of Pure and Applied Biology, Bahauddin Zakariya University,
            Multan, Pakistan
       2.    Ch. Pervaiz Elahi Institute of Cardiology, Multan, Pakistan
---------------------------------
Source : http://www.newswit.com/food/2006-04-20/coronary-artery-disease-cad/
               http://www.pjbs.org/pjnonline/fin1874.pdf
แปลโดย : KAMIL HABBATUSSAUDA
 

ด้วยรักและห่วงใย


ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ฮับบาตุซเซาดะฮ์ เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอล

งานวิจัยเรื่อง : Effectof Prophetic Medicine Kalonji (Nigella sativa L.) On Lipid Profile ofHuman Beings : An In Vivo Approach (ประสิทธิผลของฮับบาตุซเซาดะฮฺ ที่มีต่อระดับไขมันในร่างกายของมนุษย์)
โดย : Inayat Ullah Bhatti, Fazal Ur Rehman, Muhammad Aslam Khan, and Sarfaraz Khan Marwat
จากสถาบัน : Gomal University D.I.Khan (NWFP), Pakistan (ประเทศปากีสถาน)

บทนำ

เนื่องจากกลุ่มไขมัน (total lipid profile) ภายในร่างกาย มาจากคอเลสเตอรอลในเลือด ประกอบด้วย HDL (คอเลสเตอรอล ชนิดดี), LDL (คอเลสเตอรอล ชนิดเลว), และไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อระดับความดันโลหิต และเป็นที่มาของโรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคหลอดเลือดในสมอง  ฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Kalonji) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วโลกในการนำมาใช้เป็นยาสามัญ ดังปรากฏในตำราแพทย์ Tibb-e-Nabawi (Prophet’s Medicine) และในหลาย ๆ ฮะดีษที่รายงานวจนะของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) “ฮับบาตุซเซาดะฮฺ เป็นยาบำบัดทุกโรค”  นอกจากนี้ เมล็ดฮับบาตุซเซาดะฮ์ได้ถูกนำมาใช้เป็นยาทางอายุรเวทไปทั่วโลก และมีการใช้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี เพื่อเป็นยาขับพยาธิไส้เดือนและพยาธิตัวตืด  นอกจากนี้และในงานวิจัยที่ผ่านมา ได้มีผู้นำสารสกัดจากฮับบาตุซเซาดะฮ์ ไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน ที่หลากหลายในคนและสัตว์  อีกทั้งได้มีการใช้ Thymoquinone และ Polythymoquinone มาทำการวิจัย โดยทดลองใช้กับหนู สุนัข และหนูตะเภา เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการขับกรดยูริคทางปัสสาวะ การหลั่งน้ำดีจากตับ และสารแอนตี้ฮีสตามีน  สรุปได้ว่าฮับบาตุซเซาดะฮฺช่วยขับกรดยูริค ช่วยกระบวนการขับถ่ายน้ำดี และให้สารแอนตี้ฮีตามีนที่เข้มข้น


ดังนั้น ในการวิจัยครั้งนี้ จึงได้ทำการศึกษา  ผลกระทบของ “ฮับบาตุซเซาดะฮฺ” ที่มีต่อระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ได้แก่ HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride)  โดยทำการศึกษาจากคน (human models) เพื่อหาความเป็นไปได้ในการลดระดับคอเลสเตอรอลว่า สมจริงดั่งวจนะที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวไว้ หรือไม่ ?



วิธีการวิจัย :

จัดทำโดยการประเมินปฏิกิริยาตอบสนองของฮับบาตุซเซาดะฮ์ต่อผู้ป่วยที่มีระดับไขมันในเส้นเลือดสูง  โดยคัดเลือกผู้ป่วยชายที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 10 คน มีอายุระหว่าง 50-55 ปี แล้วจดบันทึกประวัติทางกายภาพและพยาธิสภาพไว้ โดยให้ผู้ป่วยทุกคนใช้วิถีชีวิตตามปกติ และทำกิจกรรมต่าง ๆ ทางกายภาพเหมือนเดิม  พวกเขาทุกคนถูกกำหนดให้รับประทานฮับบาตุซเซาดะฮ์วันละ 1 กรัม ก่อนอาหารเช้า เป็นเวลา 2 เดือน  และตรวจวัดความดันโลหิตไว้ทั้งก่อนและหลังให้การรักษา

ผลลัพธ์ (Result) :

จากการตรวจวัดระดับคอเลสเตอรอล(total cholesterol), HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride)  ด้วยการตรวจวัดค่าหลังจากผู้ป่วยอดอาหารเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ผลปรากฏว่า ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดหลังให้การรักษาลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ก่อน 261.8 mg/dl, หลัง 21 6.3mg/dl) เช่นเดียวกันระดับ LDL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ก่อน 238.8 mg/dl, หลัง 188.0 mg/dl) ในทางกลับกันระดับ HDL (คอเลสเตอรอล ชนิดดี) มีค่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ก่อน 43.2 หลัง 54.4 mg/dl) ส่วนค่าไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ก่อน 275.9 หลัง 235.5mg/dl) ผลสรุปในภาพรวมทั้งหมดแสดงให้เห็นในภาพ Fig 1

ความคิดเห็น :
เนื่องจากภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญสำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจ, การลดความเข้มข้นของคอเลสเตอรอลในเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง LDL จะช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ  ดังนั้นฮับบาตุซเชาดะฮ์ ซึ่งเป็นยาสามัญที่รู้จักกันไปทั่วโลกในทางการแพทย์ของอายุรเวท และการแพทย์ของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) Tibb-e-Nabawi (Prophet’s Medicine) จึงถูกนำมาศึกษาในครั้งนี้ และพบว่า มันให้ผลกระทบ ที่หลากหลายในกลุ่มไขมันรวม ( total lipid profile )  โดยมีนัยสำคัญในการลดระดับคอเลสเตอรอล และระดับ LDL-คอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นไขมันชนิดเลว ดังนั้น ผลลัพธ์เหล่านี้จึงบ่งชี้ว่า ฮับบาตุซเซาดะฮฺ Nigella sativa (Kalonji) มีบทบาทในการป้องกันโรคหลอดเลือด และภาวะความดันโลหิตสูง  ซึ่งได้มีการศึกษาวิจัยมาแล้ว ทั้งในแคนนาดา อียิปต์ และประเทศอื่น ถึงประสิทธิภาพของ Thymoquinone โดยการใช้หนูทดลอง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ ไม่มีความแตกต่างกัน
การศึกษาในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของ Nigella sativa (Kalonji) ในการลดระดับคอเลสเตอรอล และระดับ LDL-คอเลสเตอรอล  อย่างไรก็ตาม ในอนาคตควรจะมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรที่มีขนาดใหญ่ ทั้งในด้านปริมาณและคุณสมบัติในเรื่องดังกล่าวนี้อีก
บทสรุป :
ในฮับบาตุซเซาดะฮฺมีสารที่ต่อต้านการแข็งตัวของหลอดเลือด (antiatherogenic) และให้ผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญในการลดระดับ LDL และเพิ่มระดับ HDL  จึงสามารถป้องกันมิให้เส้นเลือดอุดตันได้  ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นไปตามที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวไว้อย่างแท้จริง

“ฮับบาตุซเซาดะฮฺ เป็นยาบำบัดทุกโรค เว้นแต่ความตาย”

-------------------

Source : World Applied Sciences Journal 6 (8): 1053-1057, 2009 ISSN l818-4952
http://idosi.org/wasj/wasj6(8)/7.pdf
แปลโดย : KAMIL HABBATUSSAUDA