วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

101 ประโยชน์จากน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil)

1. ส่งเสริมสุขภาพของหัวใจ (Promotes Heart Health)

ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว โอเมก้า 6 และ 9 รวมทั้งไฟโตสเตอ
     รอล (phytosterols) ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผนังหลอดเลือด ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ลดระดับความดันโลหิตสูง และระดับคอเลสเตอรอล รวมทั้งระดับดับน้ำตาลในเส้นเลือด

2. ป้องกันการติดเชื้อรา (Fights Fungal Infections)

จากผลการวิจัยพบว่า เชื้อราไม่สามารถอยู่ร่วมกับองค์ประกอบของสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงให้ข้อสรุปว่า น้ำมันฮับบา
     ตุซเซาดะฮ์ เป็นพืชสมุนไพรที่ดีเยี่ยมในการให้การรักษาทางธรรมชาติ

3. ลดอาการภูมิแพ้ (การติดเชื้อในไซนัส) - Reduces Allergies (Sinus Infections)

4. ทำให้ผิวพรรณดี (Good for Your Skin)

ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีกรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกาย. วิตามิน, สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดอะมิโน จึงทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่น ปกป้องแสงแดด anti-aging และ
     ต่อต้านริ้วรอย

5. มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็งผิวหนัง - Efficient Skin Cancer Treatment (Melanoma)

มะเร็งผิวหนัง ประเภท Melanoma หรือ ทีเรียกว่า “มะเร็งไฝ” ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการได้รับแสงแดดจัดเรื้อรัง มีการอักเสบเรื้อรัง ได้รับสารพิษ เป็นโรคที่เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายบกพร่อง และส่วนใหญ่กลายพันธุ์มาจากไฝ

ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีองค์ประกอบของสารอาหารสำคัญ คือ thymoquinone และ thymohydroquinone ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งร้าย และปกป้อง
     ร่างกายจากผลกระทบของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ

7. ป้องกันการติดเชื้อ (Infection Killer) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ เป็นนักฆ่าที่ช่วยต่อสู้และปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อทุกชนิด ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า


6. รักษาสิว (Acne) – เนื่องจากสิวมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ และในน้ำมันฮับบา
     ตุซเซาดะฮ์ มีคุณสมบัติในการป้องกันการติดเชื้อ (anti-inflammatory)

8. ช่วยส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์ (Boosts Fertility) – ภาวการณ์มีบุตรยากมากจากหลายสาเหตุด้วยกัน แต่น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ช่วยส่งเสริมความสมบูรณ์ให้แก่สุขภาวการณ์เจริญพันธุ์ของร่างกาย จึงช่วยแก้ปัญหาภาวะการมีบุตรยาก ทั้งในเพศชายและหญิง

9. ทำให้มีสุขภาพผมที่ดี (Good for Your Hair) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ช่วยฟื้นฟูและส่งเสริมสุขภาพผมโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นผมบาง ผมแห้ง หรือผมหงอกก่อนวัย ทั้งนี้ เนื่องจากมันประกอบไปด้วยสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

10. ช่วยลดอาการไข้หวัดใหญ่หรือเป็นไข้ (Reduces Flu’s and Fevers) – ให้ผสมน้ำผึ้ง และน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ในน้ำอุ่น ๆ ดื่มเป็นประจำ จะช่วยลดอาการไข้ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมให้แก่ร่างกาย

11. รักษาฝีและฝีฝักบัว (Cures Boils and Carbuncles)

12. รักษาอาการไอและหอบหืด (Treat Coughs and Asthma)

13. โรคอุจจาระร่วง (Black Seed Oil for Diarrhea) – แนะนำให้ผสมน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ 1-2 ช้อนโต๊ะในโยเกิร์ต รับประทาน 2 วันก่อนที่อาการอุจจาระร่วงของคุณจะหายไป

14. ลดความดันโลหิตสูง (Reduces High Blood Pressure)

15. ช่วยรักษาโรคนอนไม่หลับ (Helps Eliminate Insomnia)

16. ป้องกันอาการตะคริว และอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ (Prevents Muscle Cramps and Spasms) – ใช้ถูทาบริเวณพื้นผิวที่มีอาการดังกล่าว

17. ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องไส้ปั่นป่วน (Relieves Nausea and Upset Stomach) – เพื่อแก้อาการดังกล่าว ให้ผสมน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ 1 ช้อนชา ลงในน้ำขิง ดื่มเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง

18. รักษาอาการปวดฟัน (Treats Toothaches) – ให้ใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ถูที่เหงือกเป็นเวลา 20 นาที

19. ฆ่าเซลล์มะเร็งลูคิเมีย (Kills Leukemia Cells)

20. ช่วยยับยั้งมะเร็งเต้านม (Inhibits Breast Cancer)

21. ช่วยยับยั้งและฆ่าเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Suppresses and Kills Colon Cancer Cells)

22. รักษาโรคสะเก็ดเงิน (Cures Psoriasis) – โดยวิธีรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ และใช้ทาภายนอกบริเวณที่เกิดอาการ

23. รักษาโรคผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ (Treats Eczema)

24. ช่วยลดน้ำหนัก (Aids in Weight Loss)

25. ป้องกันโรคเบาหวาน (Prevents Diabetes)

26. ช่วยรักษาอาการชัก และโรคลมชัก - Black Seed Oil for Seizures (Epilepsy)

27. ช่วยบรรเทาอาการทอนซิลอักเสบ - Relieves Tonsil Inflammation (Acute Tonsillopharyngitis)

28. รักษาโรคติดเชื้อ MRSA (Efficient MRSA Treatment)

29. รักษาอาการติดยา (Opiate Addiction Treatment)

30. ลบเลือนรอยแผลเป็น (Black Seed Oil for Scars)

31. ยับยั้งมะเร็งปากมดลูก (Suppresses Cervical Cancer

32. ปกป้องอันตรายจากรังสี (Prevents Radiation Damage) – เป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับรังสีรักษา

33. ปกป้องและรักษาอาการที่มาจากสารพิษของตะกั่ว (Prevents & Heals Lead Poisoning

34. ช่วยให้เคราดกดำ (Improves Beard Growth)

35. รักษาอาการจากผึ้งและตัวต่อต่อย (Treats Bee and Wasp Stings) – ใช้ทาถูบริเวณที่ถูกต่อยวันละ 2 ครั้ง

36. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก เนื่องมาจากกการไออย่างรุนแรง (Helpe with chest congestion) - ใช้ถูทาบริเวณหน้าอก เพื่อช่วยให้หายใจโล่ง และใช้ได้ผลดี..โดยการรับประทานผสมกับน้ำผึ้ง

37. ใช้รักษาอาการปวดหู (Treats Eraches) -โดยผสมน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ และน้ำมันมะกอก (อุ่น ๆ ) อย่างละ ครึ่งช้อนชา หยอดในหู เป็นวิธีการรักษาที่ช่วยลดอาการปวดหูอย่างรวดเร็ว และควรวางหมวกหรือผ้าผันคอไว้บนหูหลังจากที่หยอดน้ำมัน ประมาณ 2 นาที

38. รักษาโรคตา และสายตา (Effective for Eye Diseases and Vision) - ใช้รักษาอาการติดเชื้อที่ตา และปรับปรุงสายตา รักษาอาการตาแดง โดยใช้น้ำมันฮับบาตุซ
     เซาดะฮ์ทาบริเวณรอบดวงตาก่อนนอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วควรใช้เป็นประจำ

39. รักษาอัมพาตที่ใบหน้า (Cures Facial Paralysis) – ใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ใส่ในภาชนะเลื่อนไปมาบริเวณจมูก แล้วให้สูดดมกลิ่นไอจากน้ำมันหอมระเหยของมัน โดยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ประมาณ 10-20 ครั้ง

40. รักษาอาการคัดแน่นจมูก (Heals Nasal Congestion) – พูดได้เลยว่า มันเป็นวิธีรักษาทางธรรมชาติที่ให้ผลรวดเร็วที่สุด

41. รักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดี (Removes Gallstones) – การรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ช่วยลดอาการเจ็บปวด และช่วยขจัดก้อนนิ่ว เนื่องจากมันศักยภาพในการต้านการอักเสบ และต่อต้านอนุมูลอิสระ

42. รักษาโรคนิ่วในตับ (Suppress Liver Stones) – ใช้ได้ผลดีเช่นเดียวกับรักษานิ่วในถุงน้ำดี มันยังช่วขจัดก้อนนิ่วได้เป็ืนอย่างดี ให้รับประทานกับน้ำผึ้ง

43. ช่วยขจัดแก๊สในท้องและอาการท้องอืด (Help with Gas and Flatulence) – ช่วยระบบการย่อยอาหาร ควบคุมแก๊สในกระเพาะ และลดอาการปวดท้อง

44. รักษาโรคริดสีดวงทวาร (Treats Hemorrhoids) – การแพทย์แผนปัจจุบันมีเพียงไม่กี่วิธี ที่ช่วยขจัดอาการเจ็บปวดจากโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งก็มีผลข้างเคียงสูง แต่ทว่า..ในอีกด้านหนึ่งนั้น น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์สามารถรักษาและขจัดอาการดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว และป้องกันการขยายตัวของก้อนริดสีดวง (Black seeds on the other hand offer immediate relief, and studies have shown it to actively prevent the spread of hemorrhoids.)

คนที่เคยรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ จะรับรู้ได้ว่า มันช่วยให้ขับถ่ายสะดวก ถ่ายง่าย ท้องไม่ผูก ดังนั้น มันจึงป้องกันกาเป็นริดสีดวงทวาร ด้วยเช่นกัน

45. ขจัดอาการปวดศีรษะและไมเกรน (Relieves Headaches and Migraines) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ เป็นที่เลื่องลือและได้รับการยกย่อง ในการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน นับเป็นเวลาหลายศตวรรษ ที่ชาวอาหรับและยุโรป ใช้น้ำมันนี้ทาบริเวณรอบ ๆ ตา จมูก และหน้าผาก เพื่อข่วยขจัดอาการปวดหัวตุ๊บ ๆ ได้ทันที (For centuries, Arabs and Europeans have used it by applying it around their eyes, nose, and forehead. This gave them immediate relief from the throbbing pain, and it can do the same for you.)

46. ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค (Boosts Immunity) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโดยรวมให้แก่ร่างกาย ต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ

47. ช่วยการเลี้ยงลูกด้วยนมและให้นมบุตร (Aids in Breast Feeding and Lactation) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์นอกจากจะช่วยเพิ่มน้ำนมมารดาในการให้นมบุตรแล้ว ยังสามารนำมาใช้ทาที่หัวนมก่อนให้นมบุตร เพื่อเป็นการดูแลปกป้องผิวบริเวณหัวนม

48. พัฒนาความจำในโรคสมองเสื่อม [Improves Memory (Dementia)] – จากผลงานวิจัยพบว่า การบริโภคฮับบบาตุซเซาดะฮ์ จะช่วยเพิ่มหน่วยของความจำ รวมทั้งการรับรู้และเข้าใจ สมาธิ ความคมชัดของเรื่องราวที่จดจำ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

49. กำจัดไฝ (Treats Moles) – เป็นหนึ่งในสรรพคุณของน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ที่มีผู้คนรู้จักกันน้อยมาก ว่า มันสามารถกำจัดไฝ โดยระงับการขยายตัวของมันไม่ให้โตขึ้น (การขยายตัวของมัน อาจก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ของเนื้อเยื่อ ทำให้เป็นมะเร็งไฝ (Melanoma) ตามที่กล่าวมาแล้วในคุณประโยชน์ข้อ 5

50. ถอนพิษแมลงกัดต่อย (Relieves Insect Bites) – ไม่ว่าจะเป็นยุงหรือแมลงอื่น ๆ สามารถใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ทาบริเวณที่ถูกกัด เพื่อลดอาการเจ็บปวดหรือคันได้ทันที

51. ดูแลรักษาริมฝีปาก (Heals Peeling Lips) – เป็นทางเลือกหนึ่งแทนที่การใช้ Lip Balm คุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถเสริมสร้างเซลล์ผิวบริเวณริมฝีปาก นอกจากนี้ ยังช่วยให้มีสีผิวที่สดใส

52. ป้องกันอาการท้องผูก (Constipation) – เช่นเดียวกับการช่วยในเรื่องระบบการย่อยอาหาร มันยังสามารถขจัดอาการท้องผูก ทั้งนี้ โดยให้รับประทานวันละ 1-2 ช้อนชา หลังอาหารกลางวัน หรือเย็น ควรรับประทานเป็นประจำเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

53. ผ่อนคลายอาการปวดหลังและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (Comforts Back and Muscle Pain) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ช่วยลดความเป็นจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวด เพียงแค่คุณทาน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์บริเวณที่ปวดเมื่อย มันก็จะช่วยขจัดอาการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

54. รักษาโรคปวดตามข้อ (Cures Rheumatic Pains) – เนื่องด้วยประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบของน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ จึงทำให้มันสามารถรักษาอาการปวดข้อได้เป็นอย่างดี โดยให้รับประทานวันละ 1-2 ช้อนชา ผสมกับน้ำผึ้ง เพื่อให้ได้ผล
     สูงสุด

55. ขจัดอาการปวดท้อง (Helps with Stomach Pain) – เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับการปวดกระเพาะนั้น น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์เป็นวิธีการรักษาทางธรรมชาติ ที่ให้ผลอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ โดยให้รับประทานวันละ 1-2 ช้อนชา หลังอาหารกลางวัน

56. ลดอาการติดเชื้อที่เหงือก (Alleviates Gum Infections) – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ โรคเหงือกอักเสบ ช่วยลดอาการติดเชื้อ และอาการเจ็บปวด

57. ขจัดอาการติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะ (Suppresses Bladder Infections) – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

58. ช่วยไม่ให้ปากแห้ง (Improves Dry Mouth) – โดยใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ 1-2 ช้อนชา อมไว้ในปากประมาณ 30 วินาที จนกระทั่งน้ำมันดูดซึมทั่วปาก จากนั้นค่อยบ้วนทิ้ง (ถ้าไม่ต้องการกลืนลงไป) แล้วล้างปากด้วยน้ำ เพื่อขจัดรสชาติที่ฝาด

59. รักษาอาการเลือดกำเดา (เลือดออกทางจมูก) Treats Nose Bleeds – วิธีการรักษาเลือดกำเดาออกที่จมูกด้วยวิธีง่าย ๆ คือ หยดน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ประมาณ 1-3 หยด ลงในจมูก จากนั้นลุกขึ้นนั่งเพื่อรอดูประสิทธิภาพของมัน

60. ฟื้นฟูผิวที่ไหม้เกรียม (Rejuvenates Burns) – ให้ทาน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ บริเวณที่ผิวไหม้เกรียม ถูกแดดเผา เพื่อช่วยรักษาอาการเจ็บปวดจากผิวไหม้แดดและฟื้นฟูเซลล์ผิว (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผิวไหม้แดด ระดับที่ 2 ที่มีอาการปวดแสบปวดร้อนตามผิว ผิวบวมแดง)

61. ขจัดรังแค (Dandruff) – ไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงเส้นผมเท่านั้น น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากผม และป้องกันรังแค โดยให้ทาให้ทั่วเส้นผม ทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที

62. รักษาอาการปวดข้อ (Joint Pain) – ใช้ทาบริเวณที่เจ็บปวด จะช่วยขจัดอาการเจ็บปวดได้ทันที

63. ป้องกันความเสียหายของไต ที่เกิดจากโรคเบาหวาน (Prevents Kidney Damage Associated with Diabetes) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคเบาหวาน ลดระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันอาการไตเสื่อมอันมีสาเหตุมาจากโรคเบาหวาน

64. ช่วยควบคุมรอบเดือน Regulates Menstrual Cycles (Periods) – ช่วยขจัดอาการหลากหลายที่มาจากความผิดปกติทางนรีเวช เช่น โรคมุตกิด (ระดูขาว), ประจำเดือนมาไม่ปกติ, ปวดท้อง, สมรรถภาพทางเพศอ่อนแอ, ปรับปรุงรอบเดือน และควบคุมปริมาณของประจำเดือน

65. สำหรับหญิงตั้งครรภ์ (Black Seed Oil for Pregnancy) – ถึงแม้จะแนะนำว่า ควรรับคำปรึกษาจากแพทย์โดยตรงในแต่ละบุคคลก็ตาม ทั้ง ๆ ที่มีผลการศึกษาบางส่วนพบว่า ใช้ได้ผลในเชิงบวกสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมพอที่ให้ข้อสรุปใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบางกรณีที่อาจะทำให้เกิดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่มดลูก ก็เป็นไปได้

66. บรรเทาอาการข้ออักเสบ (Alleviates Arthritis) – จากการศึกษาพบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ใช้รักษาอาการข้ออักเสบจากโรครูมาตอยด์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

67. รักษาแผล (Treats Ulcers) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์มีประสิทธิภาพในการรักษาแผล ได้ทุกชนิดทุกประเภท

68. ใช้ทดแทนยาแก้ปวด (Reduce the Need for Pain Killers )

69. ฆ่าเซลล์มะเร็งในสมอง (Kills Brain Cancer Cells) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ช่วยระงับการขยายตัวของเนื้องอกและเซลล์มะเร็งในสมอง กลุ่มของนักวิจัยได้ข้อสรุปว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์เป็นการยาทางธรรมชาติที่ใช้รักษาได้อย่างถูกต้อง ในการรักษาโรคมะเร็งในสมอง และเนื้องอกในสมอง

70. ลดความวิตกกังวล (Lowers Anxiety) – จากการศึกษาพบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีประสิทธิภาพในการรักษาเสถียรภาพของอารมณ์ และลดระดับของความวิตกกังวล โดยให้ใช้เป็นประจำเป็นเวลา 30 วัน จึงแนะนำให้ใช้ทดแทนยารักษาอาการ
     ซึมเศร้า เพื่อลดความวิตกกังวลได้โดยง่าย

71. ช่วยรักษาอาการซึมเศร้า (Helps with Depression) – จากการศึกษาเป็นจำนวนมากพบว่า ผู้ที่รับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีความสุขตามธรรมชาติและมีภาวะซึมเศร้าลดน้อยลง จึงสามารถช่วยผู้ป่วยนับเป็นล้านคนที่กำลังทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจจะทำลายชีวิตตนเองได้

72. ขจัดอาการเวียนศีรษะ (Removes Dizziness) – โดยทาถูน้ำมันฮับบาตุซเซา
     ดะฮ์ ที่บริเวณคอและแก้ม

73. รักษาอาการจุกเสียด ปวดแสบปวดร้อนบริเวณหน้าอก อันเนื่องมาจากโรคกรดไหลย้อน (Treats Heart Burn)

74. ช่วยลดความเครียด (Relieves Stress) – จากการศึกษาวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีระดับความเครียดลดลงมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์

75. ป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ (Prevents & Treats Alzheimer’s) – น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์เป็นอาหารเสริมที่ช่วยป้องกัน และชะลออาการจากโรคอัลไซเมอร์ จากผลการศึกษาพบว่า การรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ในปริมาณ 1-2 ช้อนชา จะให้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด

76. โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) – ให้รับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ 
     วันละ 1-2 ช้อนชา

77. ส่งเสริมสุขภาพไต (Promotes Kidney Health) – โรคไต และนิ่วในไต การใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ เป็นทางเลือกโดยวิธีธรรมชาติ ที่สามารถรักษาอาการได้ดี โดยให้รับประทาน วันละ 1-2 ช้อนชา

78. ช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์ม (Improves Sperm Count) – ทำให้ปริมาณน้ำอสุจิเพิ่มขึ้นในรายที่มีปริมาณน้ำอสุจิน้อยกว่าปกติ โดยใช้ระยะเวลาเพียง 2 เดือน ในการรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์เป็นประจำ

79. ส่งเสริมสุขภาพกระดูก และการเจริญเติบโตของไขกระดูก (Promotes Healthy Bone Marrow Growth) – จากผลการวิจัยพบว่า สารสกัดในฮับบาตุซเซาดะฮ์ สามารถเพิ่มปริมาณของเซลล์ไขกระดูกได้ถึง 150% อย่างน่าอัศจรรย์ ฉะนั้น จึงไม่แปลกเลยที่มันจะสามารถยับยั้งการเจิรญเติบโตของเนื้องอก ได้ถึง 50%.

80. รักษาโรคเอดส์ (Treats HIV) – จากการศึกษาล่าสุดพบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์สามารถเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับโรค HIV/AIDS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันจึงเป็นทางเลือกด้วยวิธีทางธรรมชาติ ที่จะขจัดความทุกข์ทรมานจากอาการที่น่ากลัวต่าง ๆ ของโรคเอดส์ ซึ่งบางรายใช้ระยะเวลาเพียง 6 เดือน ในการขจัดเชื้อ HIV ออกไปจากกระแสเลือดและในที่สุดก็หายจากโรค ( In some cases, it only took 6 months for the HIV strain to be completely wiped out the bloodstream. On top of that, it stayed gone too.)

81. รักษาอาการจุกเสียดในเด็ก Natural Remedy for Colic (for babies) – ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ทราบสาเหตุของการจุกเสียด แต่ทว่าน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ก็เป็นวิธีทางธรรมชาติ ที่ใช้รักษาอาการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้เริ่มในปริมาณแต่น้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่มปริมาณ ในกรณีนี้อาจจะผสมในน้ำผึ้ง และน้ำมะนาว โดยหยอดน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ไปประมาณ 3-5 หยด

82. รักษาโรคหลอดลมอักเสบ (Suppresses Bronchitis) – รวมทั้งทุกโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยรับประทานเพียงวันละ 1- 2 ช้อนชา เป็นประจำทุกวัน

83. ดูแลรักษาต่อมลูกหมาก (Repairs Prostate Problems ) – นับเป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว ที่ได้มีการใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ในการส่งเสริมสุขภาพของต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ จาการศึกษาวิจัยพบว่า มันยังมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

84. อาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรง General Weakness (lethargy) – ช่วยเพิ่มความสดชื่น กระชุ่มกระชวย และให้พลังงาน ทั้งในด้านอารมณ์และสุขภาพร่างกาย จึงเป็นหนึ่งในวิธีธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ

85. ขจัดอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง (Removes Chronic Fatigue) – เนื่องจากผลการวิจัยพบว่า มันช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย

86. ช่วยกระตุ้นการขับปัสสาวะ (Stimulates Urine Production) – นับเป็นเวลากว่า 2,000 ปี ที่น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีชื่อเสียงในการรักษาเยียวยาปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากและกระเพาปัสสาวะ และจากการศึกษาล่าสุด ก็ได้รับการยืนยันผลทางคลินิกว่า มันสามารถปรับปรุงและดูแลสุขภาพต่อมลูกหมากและระบบ

87. ป้องกันภาวะหัวใจวาย (Protects Against Damage from a Heart Attack) – ทุกวันนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่า หนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะหัวใจวาย เป็นผลมาจากมีการติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งจากการผลงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ สามารถลดการอักเสบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เช่นเดียวกับลดปัญหาที่มาจากระบบหัวใจและหลอดเลือด

88. ช่วยลดการพึงพามอร์ฟีนและพิษของมัน (Helps with Morphine Dependence/Toxicity)

89. ป้องกันโรคโลหิตจาก (Prevents Anemia)

90. ป้องกันความเสื่อมของสมองจากโรคพาร์กินสัน (Protects Brain Damage from Parkinson’s Disease) – สารสกัดธัยโมควิโนน ที่อยู่ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ช่วยปกป้องเซลล์สมอง

91. กำจัดปรสิต (Cleanses Parasites) – ช่วยขับถ่ายพยาธิในร่างกาย

92. รักษาโรคอ้วน (Treats Obesity)

93. ฆ่าเซลล์มะเร็งในช่องปาก (Kills Oral Cancer Cells)

94. ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ (Suppresses Liver Cancer Growth)

95. ส่งเสริมสุขภาพตับ (Promotes Liver Health)

96. รักษาโรคมะเร็งตับอ่อน (Remedies Pancreatic Cancer)

97. รักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Treats Lymphoma) – จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า สารสกัดในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดยกล่าวว่าให้รับประทานเป็นประจำ วันละ 1-2 ช้อนชา

98. ขับสารพิษในร่างกาย (Detoxifies Body) – จากงานวิจัยพบว่า มันสามารถขจัดและลดระดับความเป็นพิษ (Toxicity) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

99. รักษาโรคมะเร็งกระดูก (Treats Bone Cancer)

100. ทำความสะอาดรูขุมขน (Deep Cleans Pores) – เหตุผลหนึ่งที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ เป็นผลมาจากการสะสมของไขมันส่วนเกิดที่อุดตันรูขุมขน วิธีการใช้ง่าย ๆ ก็คือ การรับประทาน และทาผิวหนัง (รูขุมขน) หลังจากอาบน้ำอุ่น มันจะทำให้รูขุมขนของเราสะอาดภาย 2 สัปดาห์ หลังจากใช้เป็นประจำ

101. รักษาโรคจิตเภท (Treats Schizophrenia)

*********** 

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ กับการรักษาโรคทางผิวหนัง



ประโยชน์ของน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (black seed oil) ที่คนไทยรู้จักกันในชื่อของ "เทียนดำ"  ว่า มีคุณสมบัติในทางการรักษาโรคนั้น เป็นเรื่องที่รับรู้กันมาแต่โบราณนับเป็นพัน ๆ ปีมาแล้ว  โดยน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ถูกนำมาใช้ทั้งในการรับประทาน และการทา (ใช้ภายนอก) เพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ด้วยรูปแบบการใช้ที่แตกต่างกันในทุกเพศทุกวัย  จนกระทั่งมาถึงโลกสมัยใหม่หรือยุคปัจจุบัน ประสิทธิภาพในการรักษาของน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ยิ่งได้รับการยืนยันและมีหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นในทางวิทยาศาสตร์

การใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ในด้านความงามและการดูแลผิวพรรณได้รับความเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับกันเป็นอย่างดี  ดังข้อเท็จจริงที่กล่าวกันว่า พระนางคลีโอพัตรา ผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านความงาม ได้ใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ เพื่อเป็นเครื่องประทินผิวประเทืองความงามของนาง

ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์เต็มไปด้วยส่วนประกอบของสารอาหารที่มีคุณค่า ได้แก่ วิตามิน A, B, C และแคลเซี่ยม โพแทสเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นปัจจัยทางโภชนาการที่จำเป็นต่อการฟื้นคืนและซ่อมแซมผิวหนัง  นอกเหนือไปจากนี้ น้ำมันฮับบาตุซ
เซาดะฮ์ยังมีคุณประโยชน์ในทางด้านเภสัชวิทยาเป็นอย่างมาก จึงส่งผลให้มันเป็นตัวเลือกทางธรรมชาติที่วิเศษในการรักษาโรคทางผิวหนัง

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์กับการรักษาโรคทางผิวหนังต่าง ๆ  

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการหนาตัวของชั้นหนังกำพร้า มีลักษณะเป็นตุ่มหรือปื้นแดง ที่มีขุยหรือสะเก็ดขาวติดอยู่ สามารถปรากฏได้ทั่วร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคัน และสร้างความรำคาญใจ

สาเหตุของโรคเป็นผลมาจากสภาพภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติในร่างกาย ก่อให้เกิดการงอกของผิวหนังในชั้นหนังกำพร้า 

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีความสามารถในการจัดการกับการเพิ่มของจำนวนเซลล์ที่ผิดปกติ

ในทางการแพทย์แผนโบราณ น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ได้ถูกนำมาใช้ทาภายนอกเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงิน เยียวยาความเจ็บปวดและผื่นคัน  การศึกษาในห้องปฏิบัติการที่ผ่านมา จากการตรวจสอบผลการทดลองของการใช้สารสกัดจากเมล็ดฮับบาตุซเซาดะฮ์ (black seed) ในสัตว์ทดลอง ที่มีอาการของโรคสะเก็ดเงิน โดยการตรวจสอบประสิทธิผลทางเนื้อเยื่อ (ระดับเซลล์) แล้ว พบว่า ฮับบาตุซเซาดะฮ์มีประสิทธิภาพในการต่อต้านโรคสะเก็ดเงิน (anti-psoriatic activity) และได้ข้อสรุปว่า ผลการใช้จากภายนอกจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการกับโรคสะเก็ดเงิน 

โรคผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน (Eczema)
เป็นโรคที่มีการอักเสบของผิวหนัง ผื่นคันเรื้อรัง ผื่นแดง เป็นแผลมีน้ำเหลืองแฉะ มักเป็นตามข้อพับหรือข้อต่อต่าง ๆ

การรักษาโดยหลักมักจะเป็นการให้ moisturizers หรือครีมสเตียรอยด์ และในกรณีที่รุนแรง 
จำเป็นต้องใช้ยากดระบบภูมิคุ้มกัน (systemic immunosuppression)

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในการเป็น emollient ทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม ช่วยหล่อลื่นผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และให้ปัจจัยทางโภชนาการตามความต้องการของผิวหนัง 

การทดลองทางคลินิก เมื่อเทียบ (1) ผลการรักษาจากการใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ วันละ 2 ครั้ง กับ (2) การใช้ครีมสเตียรอยด์แบบเดิม (Betamethasone) ที่ใช้กันโดยทั่วไป สำหรับรักษากลากเกลื้อน ผื่นคัน พบว่าทั้งสองชนิดมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกันในการลดอาการของโรค  แต่ทว่าประโยชน์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนของน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ที่มีมากกว่าการใช้สเตียรอยด์ ก็คือ ปราศจากผลข้างเคียงใด ๆ
  
โรคเชื้อรา (Fungal infections)  
นอกเหนือไปจากการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ยังต่อสู้เชื้อราได้เช่นกัน  น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีผลในการต้านเชื้อราทั่วไปบนผิวหนัง (dermatophytes) เช่น ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อราที่เล็บ, เชื้อราที่เท้า, สังคัง (jock itch) และกลาก (ringworm) 
  
สิว (Acne)
สิว เป็นสภาพที่มาจากปัจจัยหลากหลาย ซึ่งส่งผลกระทบมาจากการเข้าสู่วัยรุ่น และอาจจะต่อเนื่องไปจนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ทำให้เกิดรอยแผลเป็น เสียโฉม ในจำนวนปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ เชื่อมโยงมาจากการเกิดโรค รวมทั้งระดับฮอร์โมน อาหาร การอักเสบของผิวหนัง และการติดเชื้อ

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ มีคุณสมบัติหลากหลาย มีประสิทธิภาพในการลดอาการของสิว ต้านการอักเสบ และต่อต้านอนุมูลอิสระ  นอกจากนี้ สารอาหารในน้ำมันยังมีความสามารถในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังที่ถูกทำลาย  อีกทั้งยังเป็นสารอาหารทางธรรมชาติที่ช่วยป้องกัน
ฮีสตามีน (anti-histamine) จึงสามารถนำไปใช้ในการรักษาอาการของผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับ
โรคภูมิแพ้

Source : http://www.greenmedinfo.com/blog/skin-healing-properties-black-seed-oil
Thank you.

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

วิธีใช้และรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ


§  รับประทาน ครั้งละ 1 – 3 แคปซูล (ก่อนอาหาร..ช่วงท้องว่าง เพราะจะช่วยให้ยาดูดซึมเข้าไปได้ดี
§  รับประทานวันละ 3 เวลา (เช้า-กลางวัน-เย็น) มื้อเย็นถ้าไม่ได้รับประทานสามารถรับประทานก่อนนอนได้ค่ะ  และหากว่าลืมรับประทานมื้อไหน ก็สามารถทานตอนไหนก็ได้ที่ท้องว่างนะคะ
§  การรับประทานครั้งแรก ให้เริ่มรับประทานที่มื้อละ 2 แคปซูลไปก่อนค่ะ ถ้าร่างกายปรับตัวดีแล้ว สามารถเพิ่มเป็นมื้อละ 3 แคปซูลได้  หรือหากรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นมากแล้ว สดชื่นแล้วก็สามารถ  ปรับลดลงเหลือมื้อละ 1 แคปซูล หรือทานมื้อละ 2 แคปซูล วันละ 2 เวลา (เช้า-เย็น/ก่อนนอน)

Ø น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ สามารถนำมาผสมอาหารรับประทาน โดยใส่ในเครื่องดื่มอุ่น ๆ เช่น ใส่ในนมสดอุ่น ๆ (ช่วยให้หลับสบาย รักษาโรคกรดไหลย้อน) ใส่ในกาแฟดำร้อน (ช่วยระงับอาการหอบหืดเฉียบพลัน) หรือใส่ในน้ำผลไม้ที่ไม่แช่เย็น สำหรับเด็ก ๆ ที่รับประทานยาแบบเม็ดไม่ได้ค่ะ

ü เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้รับประทาน เพื่อรักษาอาการอักเสบ หรือติดเชื้อ เช่น เป็นไข้หวัด หลอดลมอักเสบ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะแผนปัจจุบันที่ขายตามท้องตลาด  เพราะยาปฏิชีวนะ หากใช้ไม่ครบโดส ก็จะทำให้เชื้อดื้อยา และไม่เป็นผลดีแก่ร่างกาย
ü เป็นไข้หวัด คออักเสบ หลอดลมอักเสบ รับประทานวันละ 3 เวลา (เช้า-กลางวัน-เย็น) มื้อละ 3 แคปซูล เมื่อหายดีแล้วสามารถหยุดทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺได้ โดยไม่ต้องรอครบ 7 วัน หรือ   จะทานต่อเนื่องไปอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงก็ยิ่งดีค่ะ

นอกจากใช้รับประทานแล้ว น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ ยังสามารถนำมาใช้ทาร่างกายภายนอกได้ด้วยค่ะ เช่น
  • ทาแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทาที่ขยับระงับอาการปวดศีรษะ คลายเครียด  หรือนำมาใส่แผลสด ที่ถูกมีดบาด หรือหกล้ม เนื่องจากในน้ำมันมีตัวยาที่ฆ่าเชื้อโรค และเชื้อไวรัสต่าง ๆ มากมาย ช่วยทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติค่ะ


ใช้ในการเสริมความงาม โดยสามารถนำมาทาที่ผิวหน้า ช่วยให้หน้าใส ลบเลือนริ้วร้อย และจุดด่างดำ ฝ้า กระ

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โรค MS รักษาด้วยน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ ได้จริงหรือ?

ก่อนอื่นเราขอนำคุณมารู้จักกับอาการและสาเหตุของโรคกันก่อนดีกว่านะคะ ลองสำรวจดูว่า คุณมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันหรือไม่?

- มีปัญหาเรื่องกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ เช่น ปัสสาวะไม่ออก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ท้องผูก อ่อนเพลีย ปวดอย่างรุนแรงเป็นเวลานาน
- มีปัญหาการมองเห็น เช่น เห็นภาพซ้อน ตามัว มีปัญหาการแยกแยะสิ่งต่าง
- การทรงตัว การกลืนและการพูด แขนขาอ่อนแรง
- มีอารมณ์แปรปรวน

อาการเหล่านี้คือสัญญาณบอกเหตุว่า ถึงเวลาที่คุณต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคเอ็มเอสกันแล้ว

โรคเอ็มเอส หรือโรคมัลติเพิล สเคลอโรซิส (Multiple Sclerosis : MS) หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า “โรคปลอกประสาทอักเสบ” เชื่อว่าเป็นที่รู้จักกันตั้งแต่ปี ค.ศ.1838 จากภาพวาดการตรวจศพ ซึ่งมีลักษณะทางพยาธิเหมือนโรคเอ็มเอส แต่ถูกบันทึกอาการของโรคอย่างเป็นทางการ เมื่อปี ค.ศ.1868 โดย Professor Jean-Martin Charcot อายุรแพทย์ทางด้านประสาท และผู้เชี่ยวชาญพยาธิวิทยาด้านกายวิภาคศาสตร์ ชาวฝรั่งเศส ซึ่งท่านได้บันทึกไว้ว่า พบผู้ป่วยเพศหญิง มีอาการสั่น พูดอ้อแอ้ กลอกตาผิดปกติ และภายหลังการเสียชีวิตผลการชันสูตรศพพบว่า มีรอยแผลเป็น (scar) ที่บริเวณประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นแข็ง (plaques) จำนวนมาก (multiple) จากลักษณะอาการที่พบจึงเป็นที่มาของชื่อโรคว่า “Multiple Sclerosis”

สาเหตุการเกิดโรค MS
โรคเอ็มเอสเกิดจากเยื่อกั้นระหว่างหลอดเลือดและระบบประสาทถูกทำลาย โดยเกิดในช่วงระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งประกอบด้วย สมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาทตา ผลที่ตามคือ แมคโครฟาจ (macrophage) และทีเซลล์ (T-cell) ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ในเม็ดเลือดขาว มีหน้าที่คอยดักจับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในกระแสเลือด จะเข้าไปทำลายเซลล์สมอง เพราะคิดว่า เป็นเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เนื่องจากไม่เคยพบมาก่อนในหลอดเลือด

ฉะนั้น ด้วยลักษณะของการเกิดของโรค “โรคเอ็มเอส” จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโรค
“ออโตอิมมูน” (autoimmune disease) คือ โรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเซลล์ตัวเอง


ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดโรค
โรคเอ็มเอส เกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน ได้แก่ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม รวมถึงเชื้อไวรัส โดยพบว่าผู้ที่มีประวัติว่า มีญาติพี่น้องเป็นโรคเอ็มเอส มีโอกาสจะเป็นโรคเอ็มเอสมากขึ้น ถึงร้อยละ 20 เมื่อเปรียบเทียบกับคนปกติ นอกจากนี้การสูบบุหรี่ก็มีผลต่อการเกิดโรคเอ็มเอส และยังพบว่าผู้ป่วยโรคเกาท์ ผู้ที่มีระดับกรดยูริกต่ำ ก็มีโอกาสเป็นโรคเอ็มเอสมากกว่าคนทั่วไป

กลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเอ็มเอส
- โรคเอ็มเอส มักพบในกลุ่มหนุ่มสาวและคนวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 20-40 ปี แต่พบน้อยในคนที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี และมากกว่า 55 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า
- สำหรับพื้นที่ที่พบโรคเอ็มเอส ส่วนมากมักจะเป็นแถบที่มีความเจริญทางอุตสาหกรรม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และพื้นที่ยิ่งไกลจากเส้นศูนย์สูตรมากก็ยิ่งพบมากขึ้น ขณะที่ประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรจึงพบผู้ป่วยน้อย
-สำหรับประเทศไทยแม้ว่าจะพบผู้ป่วยโรคเอ็มเอสไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงและหากปล่อยไว้นานก็อาจจะพิการได้ร้อยละ 50

โรคเอ็มเอส มีกี่ประเภท โดยทั่วไปมีการแบ่งโรคเอ็มเอส ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
1. โรคเอ็มเอสชนิดที่เป็นๆ หายๆ (relapsing-remitting MS : RR-MS)
โดยพบมากที่สุดถึงร้อยละ 80 ผู้ป่วยที่เป็นโรคเอ็มเอสประเภทนี้จะมีอาการดีขึ้นจนดูเหมือนหายแล้ว แต่หลังจากนั้นก็จะกลับมาเป็นอีก ซึ่งในช่วงที่หายดีอาจทิ้งช่วงกินเวลาเป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้ ไม่แน่นอน

2. โรคเอ็มเอสแบบการดำเนินโรคค่อยๆ รุดหน้าในภายหลัง (secondary progressive MS : SP-MS)
มักเกิดหลังจากเป็น RR-MS ในช่วงแรกแล้ว หลังจากนั้นจะเข้าสู่ระยะ SP-MS ในภายหลัง โดยร้อยละ 40-60 ของผู้ป่วย RR-MS จะเข้าสู่ระยะ SP-MS ใน 15-20 ปีต่อมา ซึ่งอาการของโรคจะเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จะกลับมาดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้นก็ได้

3. โรคเอ็มเอสแบบการดำเนินโรครุดหน้าตั้งแต่ระยะแรก (primary progressive MS : PP-MS)
เป็นประเภทที่พบได้น้อย คือประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วยโรคเอ็มเอสทั้งหมด โดยผู้ป่วยจะค่อยๆ มีอาการเลวลงตั้งแต่เริ่มแรก และค่อยๆ สูญเสียสมรรถภาพการทำงานเรื่อยๆ โดยจะไม่พบอาการที่เลวลงอย่างเฉียบพลัน หรือกลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จะพบเพียงอาการที่ค่อยๆ เลวลงทีละน้อย

4. โรคเอ็มเอสชนิดที่มีทั้งการดำเนินโรครุดหน้าและมีลักษณะของการกลับเป็นซ้ำ (progressive relapsing MS : PR-MS)
เป็นประเภทที่พบน้อยมากเพียงร้อยละ 3-5 การดำเนินของโรคจะเร็วมาก จากนั้นก็จะกลับมาดีขึ้น แล้วก็จะมีอาการอีกและเริ่มรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

5. โรคเอ็มเอสชนิดไม่ร้ายแรง (Benign MS)
ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเหมือนกับชื่อของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการเพียงเล็กน้อย เหมือนในช่วงระยะเริ่มแรกที่มีการกำเริบ อาจมีอาการเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต และสามารถฟื้นฟูกลับมาได้เกือบสมบูรณ์ บางครั้งระยะเวลากว่าจะมีการกำเริบเป็นครั้งที่ 2 อาจจะกินเวลาถึง 20 ปี การดำเนินโรคเป็นไปช้ามาก

การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์เฉพาะทาง ประกอบด้วยหลายวิธี คือ

1. การซักประวัติ โดยแพทย์ทางประสาทวิทยาจะทำการซักประวัติ เพื่อวินิจฉัยแยกโรคเอ็มเอส จากโรคอื่นๆ
2. การทดสอบทางประสาทวิทยา เช่น สอบถามประวัติอาการในอดีต ตรวจการทำงานของตา การทรงตัว การรับสัมผัส และปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ (reflex action) เป็นต้น
3. การใช้เครื่องเอ็มอาร์ไอทำการตรวจสแกน ซึ่งจะทำให้สามารถมองเห็นภาพของสมองหรือไขสันหลัง ตำแหน่งที่เยื่อไมอีลินถูกทำลายและมีการสลายตัวเห็นเป็นรอยแผลเป็น
4. การทดสอบทางสรีระวิทยาไฟฟ้าของสมองที่เรียกว่า "Evoked potentials" คือ การตรวจสอบความเร็วจากสิ่งกระตุ้น เป็นต้นว่า เสียงหรือภาพที่ส่งไปยังสมอง หรือความเร็วของการสั่งการจากสมองไปยังอวัยวะอื่น ๆ ว่ามีความล่าช้ากว่าปกติหรือไม่อย่างไร
5. การเจาะไขสันหลัง ที่เรียกว่า "Lumbar puncture" เพื่อดูดเอาน้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (cerebrospinal fluid) ไปตรวจพิสูจน์ว่าเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีจำนวนมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่า มันทำงานมากขึ้นเกิดปฏิกิริยาเล่นงานโจมตีประสาทส่วนกลาง

การรักษาทางการแพทย์ปัจจุบัน
โรคเอ็มเอส ทางการแพทย์ถือว่า เป็นโรคที่รักษาไม่หาย แพทย์จึงรักษาตามอาการของโรคในขณะนั้น

ทำไมน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ จึงสามารถรักษาโรคเอ็มเอสได้??

ถ้าใครที่เคยอ่านคุณสมบัติของน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ (Black Seed Oil) และติดตามข้อมูลความรู้ทางวิชาของทางเว็บบล็อก KAMIL HABBATUSSAUDA นี้มาแล้ว พอได้อ่านข้อมูลข้างต้นเกี่ยวกับโรคเอ็มเอส ก็คงต้องร้อง.. “อ๋อ!! โรคนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ หรือ Black Seed Oil สามารถให้การรักษาเยียวยา ได้ดีมาก ๆ” เพราะเนื่องจากชื่อโรคก็บอกอยู่ชัดเจน ว่า เป็นโรคปลอกประสาทอักเสบ และปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค ก็เนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า โรคเอ็มเอส
จัดอยู่กลุ่มของโรค “ออโตอิมมูน” (autoimmune disease) คือ เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง หรือทำลายเซลล์ตัวเอง ที่นี้ลองมาดูกันซิว่า.. เหตุใด Black Seed Oil จึงสามารถรักษาโรค MS ได้

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil, Black Cumin Seed Oil)


ประกอบด้วยสารอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการมากมายกว่า 100 ชนิด โดยมันจะทำงานร่วมกันและเสริมฤทธิ์กัน หมายความว่า แต่ละองค์ประกอบของมันจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการทำให้ร่างกายมีกลไกในการดูแลรักษาตัวเองแบบองค์รวม สารอาหารสำคัญที่อยู่ใน Black Seed Oil คือ Thymoquinone ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดอนุมูลอิสระ

คุณประโยชน์ของน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil)
1. ป้องกันมะเร็ง (Cancer Prevention) ในงานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่ง เราพบว่าสารสกัดในเมล็ดสีดำสามารถปกป้องเซลล์ที่มีสุขภาพดี และทำลายเซลล์ที่เป็นเนื้องอกหรือเนื้อร้าย ในขณะที่มันสามารถเพิ่มระดับของแอนตี้บอดี้ (antibodies) ในร่างกาย ซึ่งประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants), ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ รวมทั้งทุก ๆ องค์ประกอบที่มีส่วนสำคัญในการป้องกันโรคมะเร็ง

2. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในระดับสูง (High In Antioxidants) ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง จึงช่วยป้องกันความเครียด (oxidative stress) ที่เกิดขึ้นกับเซลล์ และระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งสารสกัดไธโมควิโนน (thymoquinone) ที่แสดงให้เห็นว่า มันสามารถป้องกันโรคหัวใจ, โรคตับ และโรคไต จากการศึกษาทดลองในสัตว์

3. ต้านการอักเสบ (Anti-Inflammatory) จากการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) สามารถลดการอักเสบ โดยการใช้น้ำมันเมล็ดฮับบาตุซเซาดะฮ์ทาที่ผิวหนัง เพื่อลดความเจ็บปวด และบรรเทาอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ

4. ป้องกันอาการแพ้ (Antihistamine) มันเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยต้านทานการปลดปล่อยฮิสตามีนของร่างกาย ที่เกิดจากการแพ้และการระคายเคือง โดยน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ได้แสดงให้เห็นว่า มันสามารถทำลายจุลินทรีย์ (microorganisms) ซึ่งเป็นเชื้อโรคขนาดเล็ก เช่น ไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย ในการทดสอบทางแลป (lab)

5. ต่อต้านแบคทีเรีย (Antibacterial) ผลงานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) มีความสามารถในการทำลายเชื้อแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ ในระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งเชื้อรา, แคนดิดา (candida) และเชื้ออีโคไล (E. coli)

6. ลดความดันโลหิต (Blood Pressure) มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า สารสกัดสำคัญในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) สามารถลดความดันโลหิต

7. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกั (Immune System Support) เจ้าหน้าที่ทางด้านสาธารณสุขของรัฐหลายคนกล่าวว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ด้วยการเพิ่มปฏิกิริยาที่มีต่อระบบภูมิคุ้มกัน และการผลิตสารแอนติบอดี้ (antibodies)

8. ลดอาการภูมิแพ้ (Allergy Relief) การศึกษาในผู้ป่วย 152 ราย เมื่อปี 2003 พบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ช่วยลดอาการของโรคภูมิแพ้ และอาจจะเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับอาการแพ้ นอกเหนือจากนี้ ได้มีการศึกษาในผู้ป่วยอีก 600 ราย พบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ช่วยลดอาการแพ้ได้ถึง 70% ของกรณีศึกษา

9. รักษาโรคเบาหวาน (Diabetes) จากการศึกษาพบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลกลูโคสและระดับอินซูลิน ที่สมดุลหลังมื้ออาหาร

10. ส่งเสริมสุขภาพของระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Health) น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ได้แสดงให้เห็นว่า มันมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคหอบหืด และลดอาการของการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการไอ และโรคหลอดลมอักเสบ

11. ช่วยระบบย่อยอาหาร (Digestive Aid) มันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ช่วยกระบวนการกำจัดสารพิษของร่างกาย ช่วยกระตุ้นน้ำดีในกระเพาะอาหาร และสามารถใช้เป็นยาระบาย

12. รักษาโรคนอนไม่หลับ (Insomnia)
การศึกษาแสดงให้ว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) สามารถช่วยขจัดความผิดปกติของการนอนหลับ เมื่อใช้รับประทานก่อนนอน

13. ให้สุขภาพผิวที่ดี (Healthy Skin) น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) อาจมีประสิทธิภาพในการรักษาสิวเรื้อรัง

จากการวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่า ไม่มีสมุนไพรอื่นใดที่เป็นที่รู้จักกันว่า มีความสามารถที่หลากหลายในการรักษาโรคได้เท่ากับ Black Seed Oil และนี่คือคุณประโยชน์มหาศาลที่ได้จากน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ หรือ Black Seed Oil.

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

ขนาดและวิธีในการรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ Black Seed Oil

การรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) นั้น ข้อบ่งใช้ในการรับประทาน คือ ถ้าจะให้ได้ผลดีควรรับประทานก่อนอาหาร หรือขณะท้องว่าง  แต่สำหรับขนาดในการรับประทานนั้น ไม่มีขนาดรับประทานที่แน่นอน ตายตัว ว่าต้องรับประทานวันละกี่เม็ด กี่มื้อ  ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของภูมิหลังของแต่ละคน เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก สตรี คนชรา ผู้ที่โรคเจ็บป่วยเรื้อรังหลายโรค และโรคที่เป็นอยู่ภายในของแต่ละคน ซึ่งอาจแตกต่างกับไปตามชนิดของโรค ไม่เหมือนกันหมดทุกคน  
บางคนอาจรู้สึกว่า ตนเองสุขภาพดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาสุขภาพ ก็สามารถทานได้เช่นกัน  ทั้งนี้ เพื่อเสริมสุขภาพร่างกาย ให้น้ำมันเข้าไปซ่อมแซมสุขภาพบางจุดที่เสื่อมลง หรือปรับสมดุลของระดับฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย  ต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือสารพิษต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายของเราคนเราได้ทุกเมื้อเชื่อวัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ในบางครั้งและก็เป็นเรื่องจริงที่ว่า “เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า เรามีปัญหาสุขภาพ หรือโรคแทรกซ้อนอยู่ภายใน หรือไม่?” หากอาการของโรคยังไม่แสดงออกมาให้เห็นเด่นชัด  ยกตัวอย่างเช่น โรคร้ายแรงที่ฆ่าชีวิตคนไทย เป็นอันดับหนึ่ง ก็คือ โรคมะเร็ง  ผู้ป่วยหลายคนกว่าจะรู้ตัวว่าเป็น ก็เมื่ออาการถึงขั้นที่เกินกว่าจะเยียวยา เสียแล้ว

ดังนั้น น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) จึงเป็นสมุนไพร หรือจะเรียกว่า “ยา” ก็ได้เช่นกัน  เพราะมันมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคทุกโรค  ทั้งโรคที่เกิดจากความเสื่อมตามสภาพในร่างกาย และโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทุกชนิด  อีกทั้งเป็นทางเลือกหรืออาหารเสริมในการดูแลรักษาสุขภาพ  และสามารถรับประทานได้ทุกเพศ ทุกวัย  แม้แต่เด็กทารกเล็ก ๆ ก็ยังสามารถรับประทานได้ ไม่มีผลข้างเคียง หรือันตรายใด ๆ จาการทานต่อเนื่อง หรือสะสมของยา  เพราะมันเปรียบเสมือนอาหาร  แต่จะมีข้อยกเว้นในการรับประทาน ก็คือ “ห้ามรับประทาน ในคนที่ตั้งครรภ์หรือท้องอ่อน ๆ”  เนื่องจากน้ำมันมีคุณสมบัติในการบีบมดลูก จึงอาจเป็นอันตรายแก่ทารกในครรภ์  ซึ่งอาจทำให้แท้งได้  แต่ในคนที่ครรภ์แก่ใกล้คลอดแล้ว สามารถรับประทานน้ำมันนี้  เพื่อช่วยให้คลอดบุตรได้ง่าย (หรือมีลมเบ่งในการคลอดนั่นเอง)  ส่วนสตรีที่ประจำเดือนมาไปไม่ปกติ หรือปวดประจำ ก็สามารถรับประทานได้ จะช่วยปรับความสมดุลของระดับฮอร์โมน



KAMIL HABBATUSSAUDA : มีขนาดรับประทานที่ระบุไว้ในฉลากข้างขวด คือ ครั้งละ 1-3 แคปซูล วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร (เช้า-กลางวัน-เย็น)  ผู้ที่เจ็บป่วยเรื้อรังหลายโรค อาจปรับเพิ่มขนาดรับประทานได้ถึง 4 แคปซูล ก็ได้ ทั้งนี้ จากประสบการณ์จริง ของตนเองเคยรับประทานถึง ครั้งละ 4 แคปซูล  โดยเริ่มต้นครั้งแรกในการรับประทานที่ครั้งละ 2 แคปซูล  หลังจากนั้นปรับเพิ่ม เป็นครั้งละ 3 แคปซูล มาเป็นระยะเวลานาน แต่ยังไม่ดีขึ้นในบางเรื่อง ก็ทดลองทาน จนถึง 4 แคปซูล ได้ระยะหนึ่ง  เมื่อรู้สึกสบายตัวขึ้น ก็ปรับลดลงมาเป็น 3 และ 2 ตามลำดับ  จนกระทั่งเห็นว่าสุขภาพดีแล้ว ก็ปรับเป็นทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น (หรือก่อนนอน)  และบางช่วงอาจหยุดทานไปเลยชั่วระยะหนึ่งก็ได้  แล้วก็กลับมาเริ่มต้นทานใหม่

สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาสุขภาพมากมาย ทานเพื่อดูแลรักษาสุขภาพ อาจทานมื้อละ 1 แคปซูล วันละ 3 เวลา หรือครั้งละ 2 เม็ด เช้า-เย็น  ส่วนเด็กเล็ก 7 ขวบขึ้นไป อาจทานมื้อละ 1 แคปซูล เช้า-เย็น  หรือถ้าเด็กเล็กมาก จะทานแค่วันละ 1 แคปซูล ก็ได้  ถ้าเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถทานยาเม็ดได้  ให้แกะแคปซูลออกใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ในแคปซูล ผสมในเครื่องดื่ม เช่น นมอุ่น น้ำผลไม้  (ไม่ควรผสมในเครื่องดื่มที่เย็น)


ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือกรดไหลย้อน ให้ทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ผสมกับนมอุ่น ๆ ก็จะทำให้ดีขึ้น และหรือนำมาทานก่อนนอนก็ทำให้หลับสบาย  ส่วนผู้ที่มีอาการหอบหืด หรือจับหอบ ขึ้นมาเฉียบพลัน ให้ใส่น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ในกาแฟร้อน ๆ แล้วค่อยๆ ดื่ม จะทำให้หายใจโล่งขึ้น และหายหอบ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะได้สูดเอาน้ำมันหอมระเหยที่ถูกความร้อน และระเหยออกมา  นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ทาภายนอก คือใส่แผลสด แผลเริม แมลงสัตว์กัดต่อย หรือทาถูนวดแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ได้อีกด้วย

สรุปว่า หมอที่ดีที่สุดก็คือตัวเรานั่นเอง  เพราะรู้ความเจ็บป่วยภายในของตนเอง และรู้สึกได้ถึงผลตอบรับจากการรับประทาน  จึงสามารถสังเกตอาการและปรับขนาดยาได้ตามความเหมาะสม กับสภาพร่างกายของตนเอง  เพื่อที่จะทำให้เรารู้สึกว่าตนเองดีขึ้น สบายตัวขึ้น สดชื่นขึ้น เมื่อรับประทานยาในขนาดนั้น ขนาดนี้นั่นเองค่ะ